สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คาร์ดิฟฟ์ซิตี ( 8 )

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่​ 1​ สนามนิเนียน​ พาร์ก ถูกใช้เป็นลานฝึกทหาร​และผู้เล่นของสโมสรถูกเรียกไปเป็นทหารและต้องสู้รบในสงครามหลายราย เช่น​ เฟรด​ คีเนอร์​ ผู้เล่นตำแหน่งกองหลังของทีม ที่ถูกเรียกไปประจำการและต้องสู้รบกับฝ่ายจักรวรรดิเยอรมัน​ในยุทธการที่แม่น้ำซอม​ ซึ่งจัดว่าเป็นสมรภูมิรบที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์​ ที่มีทหารเสียชีวิตกว่า​ 1​ ล้านนาย​ โดยเฟรด​ คีเนอร์​ ได้รับบาดเจ็บหนักแต่ก็รอดชีวิตมาได้​ นอกจากนี้จอห์น​ สตีเฟนสัน​ ผู้รักษาประตูตัวสำรอง​ และ​ ทอม​ วิตตส์ ผู้เล่นดาวรุ่งของทีม​ ก็ถูกเรียกไปเป็นทหารด้วยเช่นกัน​ โดยทอม​ วิตตส์ เป็นผู้เล่นของสโมสรที่เสียชีวิตจากพิษบาดแผลที่ได้รับจากรบที่ลิมง-ฟงแต็น​ จังหวัดนอร์ ประเทศฝรั่งเศส

 

หลังสงครามโลกครั้งที่​ 1​ จบลง​ ฟุตบอลในประเทศอังกฤษกลับมาแข่งขันต่อหลังจากหยุดแข่งไปนานถึง​ 4​ ฤดูกาล​ โดยคาร์ดิฟฟ์​ ซิตี กลับมาลงแข่งขันในฤดูกาล​ 1919–20 ในเซาเทิร์นฟุตบอลลีก​ ดิวิชัน​ 1​ และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คาร์ดิฟฟ์ซิตี ( 7 )

ในการบูรณะพื้นที่เดิมที่ค่อนข้างเสื่อมโทรมและการก่อสร้างสนามแห่งใหม่นี้ขึ้น พันโท ลอร์ด นิเนียน คริชตัน-สจ๊วร์ต ได้นำทรัพย์สินของตัวเองเป็นประกันกับธนาคารให้กับสโมสร เมื่อสนามก่อสร้างเสร็จสโมสรจึงได้ตั้งชื่อสนามเพื่อเป็นเกียรติและเป็นที่ระลึกถึงการช่วยเหลือในครั้งนี้ของเขาว่า นิเนียน พาร์ก และสโมสรได้ใช้สนามแห่งนี้เป็นสนามเหย้าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910 (ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พันโท ลอร์ด นิเนียน คริชตัน-สจ๊วร์ต ได้ถูกพลซุ่มยิงของจักรวรรดิเยอรมันลอบยิงที่ศีรษะจนเสียชีวิตในยุทธการลูส์ ที่ฝรั่งเศส ทางสโมสรจึงได้สร้างอนุสาวรีย์ของเขาไว้ที่หน้าสนาม)

 

หลังจากย้ายมาใช้สนามนิเนียน พาร์ก สโมสรได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมในดิวิชัน 2 ของเซาเทิร์น ฟุตบอลลีก และแต่งตั้งผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการคนแรกคือ​ เดวี แม็คดูกอลล์​ ซึ่งเป็นผู้เล่นชาวสกอตแลนด์​ ของสโมสร​ โดยสโมสรมอบหมายให้เป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีม​ และจบฤดูกาลด้วยอันดับ​ 4​ ต่อมาสโมสรตัดสินใจเปลี่ยนผู้จัดการทีมโดยแต่งตั้งเฟรเดริก​ สจ๊วต​ ซึ่งเคยคุมทีมสต๊อกพอร์ต​ เคาน์ตี​เข้ามาทำหน้าที่แทนเดวี แม็คดูกอลล์​ โดยเฟรเดริก​ สจ๊วต​ เข้ามายกระดับสโมสรให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น​ เช่น​ มีการเซ็นสัญญากับผู้เล่นที่เคยเล่นในระดับฟุตบอลลีกหลายรายเข้ามาร่วมทีม​ และสามารถสร้างผลงานคว้าแชมป์​ เวลส์คัพ ได้เป็นครั้งแรก​ในฤดูกาล​ 1911–12​ ก่อนที่จะคว้าแชมป์เซาเทิร์นฟุตบอลลีก​ ดิวิชัน​ 2​ ได้ในฤดูกาล 1912–13 ทำให้ได้เลื่อนขึ้นไปแข่งในเซาเทิร์นฟุตบอลลีก​ ดิวิชัน​ 1 และจบฤดูกาลใน 4 อันดับแรกของลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลลีกต่างๆจะหยุดลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ระหว่างปี ค.ศ.1915–19

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย พนมรุ้งเล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม ( 2 )

หลังจากชกชนะครั้งแรก ก็ได้ชิงแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (ABC) ในอีกสองเดือนต่อมา โดยชนะน็อค เด่นบูรพา อ.เอกรินทร์ นักมวยไทยด้วยกันเอง ในยกที่ 6 ทีโรงแรมอคาเดีย ฮิลตัน จังหวัดภูเก็ต

 

ต่อจากนั้นพนมรุ้งเล็กชกป้องกนัตำแหน่งแชมป์ ABC ไปเรื่อยๆ และเคยชิงแชมป์โลกเยาวชนของสภามาวยโลก และเคยชิงแชมป์อินเตอร์เนชั่นแนลมาครั้งหนึ่งหลังจากที่ชิงแชมป์ไม่สำเร็จเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

พนมรุ้งเล็กชกทำอันดับเรื่อยๆ จนได้โอกาสชิงแชมป์โลกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556 ที่ประเทศญี่ปุ่น กับโกกิ คาเมดะ แชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท สมาคมมวยโลก (WBA) ชาวญี่ปุ่น       ในฐานะที่พนมรุ้งเล็กเป็นรองแชมป์โลกอันดับที่ 11 และเป็นแชมป์อินเตอร์เนชั่นแนลเข็มขัดเงิน สภามวยโลก (WBC) ในรุ่นฟลายเวท โดยที่การชกครั้งนี้ไม่มีการถ่ายทอดกลับมายังประเทศไทย

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย พนมรุ้งเล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม ( 1 )

พนมรุ้งเล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม มีชื่อจริงว่า บุญสม เอี่ยมสิริ (ชื่อเล่น: เน๊าะ) เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์

ประวัติ

พนมรุ้งเล็ก เคยชกมวยไทยสลับกับมวยสากลอาชีพ จนได้รับฉายาว่า “ยอดมวยสองแบบ” เป็นนักมวยค่าตัวเงินแสน ได้ค่าตัวสูงสุดถึง 2.5 แสนบาท และเป็นพี่ชายของเพชรพนมรุ้ง ส.ธรรมรังสี นักมวยไทยชื่อดังอีกคนหนึ่ง

 

พนมรุ้งเล็กชกมวยสากลครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2547 โดยชกชนะคะแนน ร็อกกี้ ฟูเอนเตส นักมวยชาวฟิลิปปินส์ในการชกกำหนด 6 ยก ที่อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมรายการเดียวกับ ฟ้าเพชรน้อย ส.จิตรพัฒนา ชกป้องกันแชมป์โลกเยาวชนกับ อลองก์ ดีนอย นักมวยชาวฟิลิปปินส์

แชมป์มวยโลกหญิง ชาวไทย น้องหมวย ก่อเกียรติยิม ( 2 )

ชิง 29 มกราคม 2552 ชนะคะแนน แดนบี คิม (เกาหลีใต้) ที่ จ.นครราชสีมา

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 30 มิถุนายน 2552 ชนะคะแนน ซี ฮอยหว่า (ฮ่องกง) ที่ บึงโขงหลง จ.หนองคาย

เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จ

ชิงแชมป์โลกหญิงรุ่นไลท์ฟลายเวท WBC 9 เมษายน 2553 แพ้คะแนน นาโอมิ โทกาชิ (ญี่ปุ่น) ที่ ประจวบคีรีขันธ์

ชิงแชมป์โลกหญิงรุ่นมินิมัมเวท WBA 22 กันยายน 2554 แพ้คะแนน เอ็ตสึโกะ คาดะ (ญี่ปุ่น) ที่ โครักกุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว

แชมป์มวยโลกหญิง ชาวไทย วินยู ภราดรยิม

วินยู ภราดรยิม หรือ น.ส. จิรวดี สีสุข เกิดเมื่อ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2526 ที่ จ.พิษณุโลก สถิติการชก 6 ครั้ง ชนะ 5 แพ้ 1 เป็นแชมป์โลกมวยสากลหญิงคนที่ 2 ของไทย ต่อจาก แซมซั่น ส.ศิริพร

เกียรติประวัติ

แชมป์โลกหญิงรุ่นอะตอมเวท WBC

ชิง 31 สิงหาคม 2550 ชนะคะแนน โมโม่ โคเซกิ (ญี่ปุ่น) ที่ หน้าที่ว่าการอำเภอผักไห่ จ.อยุธยา

แชมป์มวยโลกชาวไทย เด่นเก้าแสน เก้าวิชิต ( 8 )

ซึ่งโคโนะได้ชกแพ้คะแนน ลิโบริโอ โซลิส แชมป์โลกตัวจริงชาวเวเนซุเอลา ที่ขึ้นชกล้มแชมป์กับแชมป์รุ่นเดียวกันของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) คือ ไดกิ คาเมดะ ปรากฏว่าแม้โซลิสเป็นฝ่ายชนะ แต่ก็ต้องเสียแชมป์โลกเพราะทำน้ำหนักไม่ผ่าน ในส่วนการชกกับโคโนะก่อนหน้านั้น ฝ่ายโคโนะได้ทำหนังสือประท้วงไปยัง WBA ว่าผลการตัดสินไม่เป็นธรรม WBA จึงกำหนดให้เด่นเก้าแสนที่ได้รับสถาปนาไปแล้ว ต้องมาชกชิงแชมป์โลกตัวจริงกับ โคเฮอิ โคโนะ อีกครั้ง

แชมป์มวยโลกชาวไทย เด่นเก้าแสน เก้าวิชิต ( 7 )

แชมป์ซูเปอร์ฟลายเวท

เมื่อเสียตำแหน่งแชมป์ไปแล้ว เด่นเก้าแสนได้เลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท และคว้าแชมป์ PABA และแชมป์โลกเฉพาะกาลของ WBA มาได้ ด้วยการเอาชนะคะแนน โนบุโอะ นาชิโร่ นักมวยชาวญี่ปุ่นมาได้ ด้วยวัยที่มากถึง 37 ปี และต่อมาก็ได้รับสถาปนาให้เป็นแชมป์โลกตัวจริง แต่ต่อมาทาง WBA ได้กำหนดให้เด่นเก้าแสนขึ้นชกชิงแชมป์โลกตัวจริงอีกครั้งในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557 กับ โคเฮอิ โคโนะ นักมวยชาวญี่ปุ่น ผู้ได้แชมป์โลกมาจากการเอาชนะทีเคโอ เทพฤทธิ์ ก่อเกียรติยิม นักมวยชาวไทย

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ( 83 )

ในปี ค.ศ. 2004 เขามีชื่ออยู่ในรายชื่อนักฟุตบอลยอดเยี่ยม 125 คน ที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งจัดโดย  เปเล่   ในปี ค.ศ. 2004 มีการสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อชาวดัตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 100 คน ซึ่งจัดขึ้นในเนเธอร์แลนด์ ฟัน บัสเตินติดอันดับที่ 25 โดยเป็นนักฟุตบอลที่ติดอันดับสูงสุดเป็นคนที่สองรองจากโยฮัน ไกรฟฟ์ ในปี ค.ศ. 2007 สื่อกีฬา สกายสปอตส์ ของอังกฤษยังจัดให้ฟัน บัสเติน อยู่ในอันดับแรกของรายชื่อนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องยุติอาชีพนักกีฬาก่อนวัยอันควรอีกด้วย

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ( 82 )

ด้วยการหยั่งเสียงทางอินเทอร์เน็ต, อันดับที่ 10 จากการคัดเลือกนักฟุตบอลแห่งศตวรรษของทวีปยุโรปซึ่งจัดโดยสหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFFHS) และอันดับที่ 12 จากการคัดเลือกนักฟุตบอลแห่งศตวรรษของฟีฟ่าโดยผู้เชี่ยวชาญจากสหพันธ์ฯ   เขายังติดอันดับที่ 8 จากการจัดอันดับนักฟุตบอลแห่งศตวรรษของนิตยสาร ฟร็องส์ฟุตบอล ของฝรั่งเศส โดยให้บรรดาผู้ที่เคยได้รับรางวัลบาลงดอร์ร่วมกันลงคะแนน