วัตฟอร์ด ชิงเอฟเอคัพ

การแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ คู่ระหว่าง หมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน พบกับ แตนอาละวาด  วัตฟอร์ด ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา

นาทีที่ 36  วูล์ฟแฮมป์ตัน ออกนำไปก่อน  1-0 จาก แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้  พร้อมกับจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

นาทีที่ 62   ราอูล ฮิเมเนซ  มาบวกประตูที่สองส่งให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน หนีออกไปเป็น 2-0

นาทีที่ 79 วัตฟอร์ด  ยังไม่ยอมง่ายๆ มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จาก เคราร์ด เดวโลเฟว

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ  ความพยายามของ วัตฟอร์ด มาประสบผลสำเร็จ หลังมาได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษของ ทรอย ดีนี่ย์   ทำให้หมดเวลาเสมอกันไป  2-2      ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

นาทีที่ 104 วัตฟอร์ด มาได้ประตูชัย  3-2 จาก  เคราร์ด เดวโลเฟว

จบเกมเป็นแตนอาละวาด   วัตฟอร์ด พลิกแซงเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ ตัน ไปได้แบบเหลือเชื่อ  3-2 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ กับ แมนฯ ซิตี้ ในวันที่ 18 พฤษภาคม นี้

ประวัติ ฟุตบอลโลกครั้งที่ 5 ในปี 1954 โดยสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ

ประวัติ ฟุตบอลโลกครั้งที่ 5 ในปี 1954

ชาติเจ้าภาพ : สวิตเซอร์แลนด์

วันที่แข่งขัน : 16 มิถุนายน ถึง 4 กรกฎาคม ปี 1954

จำนวนทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน : 16 ทีม จาก 4 ทวีป

ทีมแชมป์ : เยอรมันตะวันตก (ครั้งแรก)

รองแชมป์ : ฮังการี

อันดับ 3 : ออสเตรีย

อันดับ 4 : อุรุกวัย

จำนวนนัดที่ลงเล่น : 26 นัด

จำนวนประตู : 140 (5.38 ต่อนัด)

จำนวนผู้ชมทั้งหมด : 889,500 (34,212 ต่อนัด)

รางวัลรองเท้าทองคำ : ซานดอร์ ค็อกซิส (11 ประตู)

ฟุตบอลโลก 1954 ครบรอบปีที่ 50 ของฟีฟ่า

ว่ากันว่าปี 1954 เป็นการครบรอบปีที่ 50 ของฟีฟ่า ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และอาจเพราะเหตุนี้ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 5 จึงระเบิดขึ้นที่ดินแดนแห่งเทือกเขาแอลป์อันสวยงามนี้ การแข่งขันในครั้งนี้มีทั้งหมด 16 ทีมที่ผ่านเข้ามาในรอบสุดท้าย ถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 4 ทีม แต่ไม่แข่งแบบพบกันหมดทั้ง 3 ทีม โดยแต่ละกลุ่มจะหวดกันทีมละ 2 นัดเท่านั้น เนื่องจากระบบใหม่ที่ถูกนำมาใช้ในครั้งนั้น ในแต่ละกลุ่มจะมีทีมวางอยู่ 2 ทีม และไม่ใช่ทีมวาง 2 ทีม ซึ่งตามกฎทีมที่เป็นทีมวางไม่ต้องเจอกันเอง และจะลงสนามพบกับทีมที่ไม่ใช่ทีมวางเท่านั้น

นอกจากนี้ กรณีที่ทีมอันดับ 2 มีคะแนนเท่ากันทั้ง 2 ทีม จะต้องไปเล่นเพลย์-ออฟเพื่อแย่งที่ว่างในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมที่ไม่ใช่ทีมวางสามารถแพ้ต่อทีมวาง และก็อาจจะกลับมาพบกันอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศได้อีกด้วย แต่มีข้อแม้ว่า ทีมนั้นจะต้องผ่านทีมวางอีก 1 ที่เหลือในกลุ่ม และจะต้องเป็นฝ่ายชนะในรอบเพลย์-ออฟ เล่นเอางงไปตามๆ กัน

 

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 5 ในปี 1954

ขุนพลแซมบ้า บราซิล ภายใต้การคุมทีมของ “เซเซ โมเรรา” ถูกยกเป็นทีมเต็งแชมป์ เพราะมีแข้งตัวจี๊ดอย่าง ยัลมา ซานโตส และนีลตัน ซานโตส รวมไปถึงดีดี้ จอมทัพตัวเก่ง จูลินโญ และเมารินโญ ปีกจอมพลิ้ว ส่วนตัวเก๋าที่หลงเหลือมาจากปี 1950 อย่าง โฮเซ เบาเออร์ ก็พร้อมช่วยทีมเช่นกัน

กระนั้น ทีมเต็ง 1 ในหนนี้อย่างแท้จริงกลับเป็น “พลพรรคแม็กยาร์” ฮังการี โดยก่อนหน้าการแข่งขันจะเริ่มขึ้น พวกเขาเป็นทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างเลิศหรู ด้วยการที่ไม่แพ้ใครมายาวนาน รวมไปถึงการเป็นแชมป์โอลิมปิก 1952

เกมส์ที่มีแต่ความดุเดือด

จากนั้นสอนบอลทีมแกร่งอย่าง “สิงโตคำราม” อังกฤษ ขาดลอย 6-3 และ 7-1 โดยฮังการีเจอกับทีมระดับหัวแถวของยุโรปทั้งหมด 25 เกมในช่วงนั้น สามารถทำได้ถึง 104 ประตู และเสียไปเพียง 25 ลูกเท่านั้น เกมแรก นักเตะฮังการีสอนบอลทีมไร้ประสบการณ์อย่างเกาหลีใต้ 9-0 เป็นผลการแข่งขันสถิติใหม่ของศึกลูกหนังโลกรอบสุดท้าย เหยื่อรายต่อมาก็คือ “อินทรีเหล็ก” เยอรมันตะวันตก โดนไป 8-3 ทำให้ฮังการีซัดไปแล้ว 17 ลูก จากการลงสนามเพียง 2 นัด และผลการแข่งขันนัดนั้น ถือว่าเป็นการพ่ายที่เละเทะที่สุดของทีมเมืองเบียร์ นับตั้งแต่เริ่มลงสนามมาเมื่อปี 1908

อย่างไรก็ตาม การพ่ายแพ้ของเยอรมันตะวันตก ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาต้องวิตกอะไรมาก เนื่องจากส่งตัวสำรองลงสนามไปถึง 7 คน เพราะต้องการพักตัวหลักๆ เอาไว้ก่อนนั่นเองเกมนัดแรก ทีมอินทรีเหล็กถล่มตุรกี 4-1 ทำให้ยังมีลุ้นอยู่ แม้ว่าจะพ่ายต่อฮังการียับเยินในนัดที่ 2 ส่วนทีมอังกฤษ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 4 เริ่มต้นได้น่าผิดหวัง ทั้งที่ขึ้นนำเบลเยียม 3-1 ก่อนจะจบลงด้วยการเสมอกัน 4-4 แต่ได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อชนะสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าภาพ 2-0

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 5 ในปี 1954

สาระ ฟุตบอลโลก ในปี 1954

ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย อุรุกวัยถล่มอังกฤษ 4-2 ขณะที่เยอรมันตะวันตกเอาชนะยูโกสลาเวีย 2-0 แต่เกมที่ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุดคือการพบกันระหว่างฮังการีและบราซิล ซึ่งหวดกันอย่างดุเดือด ก่อนที่พลังแข้งแม็กยาร์จะเป็นฝ่ายปราบทีมกาแฟไป 4-2

รอบตัดเชือก ฮังการีโคจรมาพบกับอุรุกวัย โดยเกมนี้ถือเป็นเกมฟาดแข้งที่น่าจดจำมากที่สุดนัดหนึ่ง ก่อนที่แฟนบอลจะได้เห็นการทำประตูอันสุดสวยของ “ซานดอร์ ค็อคซิส” ถึง 2 ครั้ง ในาทีที่ 111 และ นาทีที่ 116 ช่วยให้ฮังการีเอาชนะไป 4-2 ถือเป็นการพ่ายแพ้เกมแรกของอุรุกวัยในฟุตบอลโลกอีกด้วย

แต่สุดยอดของการแข่งขัน มาเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ เพราะเป็นการพบกันระหว่างฮังการีและเยอรมันตะวันตก ที่เคยเจอกันมาในรอบแรก โดยก่อนหน้านัดชิงจะเริ่มขึ้น 2 สัปดาห์ นักเตะแม็กยาร์เพิ่งจะถอนขนอินทรีเหล็ก แต่ครั้งนี้ “เซปป์ แฮร์เบอร์เกอร์” กุนซืออินทรีเหล็ก จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม ส่วนเทรนเนอร์ “กุสตาฟ เซเบส” ของฮังการี ตัดสินใจส่ง “เฟเรนซ์ ปุสกัส” กองหน้าตัวเก่งที่ไม่สมบูรณ์ลงเล่นเช่นกัน

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 5 ในปี 1954

นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1954

นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1954 ระเบิดขึ้นที่สนามวังค์ดอร์ฟ สเตเดี้ยม ในวันที่ 4 ก.ค. ท่ามกลางผู้ชมกว่า 60,000 คน แต่สภาพสนามไม่เป็นใจเท่าที่ควร เพราะมีฝนตกลงมาพอที่สนามจะเปียกแฉะและลื่น

แค่ 8 นาทีแรก ฮังการีนำห่าง 2-0 จากฝีเท้าของปุสกัส และ โซลตัน ซิบอร์ แต่นาทีที่ 10 มักซ์ มอร์ล็อค ยิงตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 และนาทีที่ 18 ก็เสมอ 2-2 จนได้ เมื่อเฮลมุท ราห์น ยิงเข้าไป แฟนบอลทั้งสนามต่างคิดว่าเกมจะต้องยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาแต่ทุกอย่างก็จบ เมื่อราห์นฉกบอลได้จากคู่แข่ง ก่อนที่จะตะบันผ่านมือโกรซิคส์เข้าไปตุงตาข่าย

ช่วงท้ายเกมปุสกัสส่งลูกบอลเข้าประตูไป แต่ไม่ได้ประตู เพราะถูกจับล้ำหน้าก่อน และในนาทีสุดท้าย “โทนี ทูเร็ค” นายทวารอินทรีเหล็กโชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟ ปัดลูกยิงของซิบอร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ หมดเวลาการแข่งขัน ทีมอินทรีเหล็กจึงกลายเป็นทีมแรกที่ไม่ใช่ทีมวางที่ผงาดคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ ขณะเดียวกันชัยชนะ 3-2 ยังเป็นการหยุดสถิติของฮังการี ที่ไม่แพ้ใครติดต่อกัน 30 นัด ตั้งแต่เดือนพ.ค.ปี 1950 ลงอย่างสิ้นเชิง

โซลชาร์ ผ่าตัดทีม จ่อโละแข้ง ที่ไม่ใช้งาน

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมปีศาจแดง ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าว เตรียมวางแผนโละนักเตะออกจากทีมอย่างน้อย 6 รายด้วยกัน หลังจบฤดูกาลนี้
เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ ได้รายงานว่า นักเตะที่อยู่ในข่ายที่โค้ชชาวนอร์เวย์จะไม่ใช้งานต่อไปนั้น ประกอบไปด้วย อันโตนิโอ วาเลนเซีย มัตเตโอดาร์เมียน มาร์กอส โรโฮ เอริก ไบญี ฆวน มาตา และอาจรวมไปถึง อันเดร์ เอร์รรา ที่ตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าอาจย้ายไปร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์แมง เนื่องจากยังตกลงสัญญากันไม่ได้
ยังรวมไปถึง อเล็กซิส ซานเชซ แข้งชาวชิลีที่ย้ายมาฟรีจากอาร์เซนอล แต่มีค่าเหนื่อยที่แพงระยับ และโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยดีนัก ในส่วนของแข้งดาวรุ่งที่อาจโดนหางเลขไปด้วยคือ อักเซล ตวนเซเบ กับ ธิโมที โฟซู เมนซาห์
สื่อชื่อดังยังเผยต่อว่า โซลชาร์ มีเป้าหมายชัดเจนในฤดูกาลหน้าที่ต้องการลุ้นแชมปืเต็มตัว และกำลังเล็งนักเตะชื่อดังอย่าง จอร์ดอน ซานโช ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อารอน วาน บิสซากา แบ็กขวาของคริสตัล พาเลซ ดีแคลน ไรซ์ กองกลางของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาร่วมทีม

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จัดโครงการ ฝึกบอลเยาวชน

สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รับสมัครเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี เพื่อเข้าร่วมฝึกฟุตบอลกับทางสโมสรฯ โครงการ  BGPU Football Summer Camp 2019

โดยทางเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จะได้ฝึกซ้อมฟุตบอลในช่วงปิดภาคเรียน กับทางสโมสร โดยแบ่งเป็นรุ่น  2 รุ่นคือ รุ่นอายุ 6-8 ปี และรุ่นอายุ 9-10 ปี  จำนวน 30 คนทั้งสองรุ่น  จะเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันนี้–วันที่ 12 เม.ย.62   สำหรับผู้ปกครองท่านใด สนใจส่งบุตรหลานเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด